สเวน โกรัน อีริคส์สัน

สเวน โกรัน อีริคส์สัน ชีวิตนักรัก ของโค้ชที่ทิ้งความสำเร็จเพื่อสาวๆ

จากทีมชาติอังกฤษ ชุด โกลเด้น เจเนอเรชั่น สู่ชีวิตที่ น็อตต์ส เคาน์ตี้ – มันคงไม่ผิดนักถ้าเราจะบอกว่าเส้นทางอาชีพของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน นั้นเปรียบเสมือนความโรแมนติกที่แฝงอยู่ในความโกลาหลเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน

มันเคยมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ที่ชื่อของ สเวน คือ 1 ตองอูโค้ชฟุตบอล ไม่ต่างอะไรกับที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ , เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ หรือ อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นอยู่ ณ เวลานี้

อดีตนักบอลฝีเท้าดาดๆ ชาวสวีดิช ที่เลือกยอมแพ้แขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุ 27 ปี เคยมีช่วงเวลาที่รุ่งโรจนกับการคุม โกเตเบิร์ก , เบนฟิก้า ต่อเนื่องมาถึงความสำเร็จใน อิตาลี กับ โรม่า , ซามพ์โดเรีย ก่อนจะขึ้นสู่ระดับโสดาบันกับ ลาซิโอ

ทุกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะดาวน์ลงไป – แฟนๆ ได้เห็น สเวน ตอบรับความท้าทายครั้งใหม่ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือชาวต่างชาติคนแรกที่กุมบังเหียนทีมชาติอังกฤษ

เปล่า! ทัพสิงโตคำราม ไม่ได้เป็นแชมป์โลก หรือประสบความสำเร็จในรายการใดๆ แต่การจะบอกว่า สเวน สอบตกมันก็คงไม่ใช่เลยซะทีเดียว ในเมื่อเขาสามารถปั้น อังกฤษ ชุด โกลเด้น เจเนอเรชั่น ให้เล่นได้ลื่นหูเพลินตา แถมยังมีไฮไลท์เด็ดในรอบคัดเลือกที่บุกไปทุบ เยอรมัน เละถึง มิวนิค 5 ตุง

ถ้าไม่มีลูกยิงมหัศจรรย์ของ โรนัลดินโญ่ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เวิลด์ คัพ 2002 ใครจะรู้เล่าว่า อังกฤษ ของ สเวน จะไปได้ไกลถึงระดับไหน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีสัญญาณของความตกต่ำใดๆ เข้ามา แต่ถึงกระนั้น ชีวิตของ สเวนิส ก็ค่อยๆ ดิ่งลงเหวอย่างไม่น่าเชื่อ คล้อยหลังจากช่วงชีวิตการคุมทัพ “ทรี ไลอ้อนส์”

งานของเขาชิ้นถัดมาที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุค ทักษิณ ชินวัตร ไม่ราบรื่นได้ดั่งใจ ผลงานของ “เรือใบสีฟ้า” เป็นไปอย่างย่ำแย่ สวนทางกับความสัมพันธ์ของ สเวน กับลูกทีม และแฟนๆ “ซิตี้เซน” ที่แนบแน่นแฮปปี้

ตอนนั้น กุนซือหัวเถิกจากแดน “ฟรีเซ็กซ์” เพิ่งจะอายุ 59 ปี ถือว่าไม่มากไม่น้อย ปัญหาของเขาไม่ได้อยู่ที่ฝีไม้ลายมือ แต่น่าจะอยู่ที่เป้าหมายส่วนตัวในชีวิตของเขามากกว่า

สเวน เป็นคนสุภาพ แต่ก็เป็น เพลย์บอย ตัวพ่อ นิสัยอบอุ่น “ยิ้มง่าย” ทั้งในทางตรงและทางอ้อมของเขาทำให้ผู้คนรอบๆ ข้างหลงรักในตัวเขาอยู่เสมอ

สเวน สนิทกับลูกทีมและคนในองค์กรณ์ทุกคน เขามักจะซื้อเหล้า , แชมเปญ หรือเครื่องดื่มเก๋ๆ อะไรก็ตามมาฝากพนักงานนับร้อยของ แมนฯ ซิตี้

ชีวิตไม่ได้มีแค่ฟุตบอล แต่ควรต้องมีวันพักร้อนดีๆ ด้วยเช่นกัน เป้าหมายของ สเวน หลังจากหมดวาระของทีมชาติอังกฤษ นั้นให้ความสำคัญกับความรื่นรมย์ในชีวิตมากขึ้น

ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตห้องเครื่องของ “เรือใบสีฟ้า” รำลึกถึงช่วงเวลาที่ทีมเดินทางไปอุ่นเครื่องที่ประเทศไทย โดยระบุว่า สเวน แบ่งเวลาให้ฟุตบอล 10 เปอร์เซ็นต์ และปล่อยให้อีก 90 เปอร์เซ็นต์ ตกเป็นของ แชมเปญและสระว่ายน้ำในโรงแรมหรู

“เราต้องฉลองกับการใช้ชีวิต ดีดี้ ชั้นชอบประเทศไทยจริงๆ บางทีชั้นอาจจะทำงานอีกสัก 5 ปี แล้วกลับมาที่นี่ และหาผู้หญิงสวยๆ สัก 2 คนอยู่ด้วย ใช่เว้ย ชั้นว่าชั้นต้องการอย่างน้อย 2 คน”

นั่นคือคำพูดของ สเวนิส ที่เคยพูดกับ ฮามันน์ ครั้งหนึ่ง และมันตรงกับจุดยืนการใช้ชีวิตของเขาทุกอย่าง – สเวน แค่หลงรักการใช้ชีวิต ที่ไม่ได้มีแค่ฟุตบอลเพียงอย่างเดียว

ปัญหาส่วนตัวของเขากับ ทักษิณ คืออีกส่วนที่ทำให้การทำงานมีปัญหา และสิ่งที่ สเวน ไม่รู้เลยก็คือ 3 เดือนให้หลังจากที่เขาถูกสั่งเด้งออกจากตำแหน่ง มันจะมีกลุ่นทุนใหญ่ของ ชีค มานด์ซู เข้ามาเสียบแทน

หากเก้าอี้ของเขาแข็งแรงกว่านี้สักหน่อย หรือมีจังหวะเวลาของชีวิตที่ดีกว่านี้ บางทีเขาอาจเป็น 1 ในโค้ชที่พา แมนฯ ซิตี้ ขึ้นเถลิงบัลลังค์แชมป์ได้เพิ่มขึ้นอีกไม่มากก็น้อย

เส้นทางอาชีพหลังจากนั้น ไม่ว่าจะกับทีมชาติเม็กซิโก , ไอวอรี่โคสต์ , เลสเตอร์ , กว่างโจว , เซี่ยงไฮ้ ฟิลิปปินส์ หรือแม้กระทั่ง ไทยแลนด์ แดนสยาม มันเหมือนกับว่า สเวน รับจ๊อบเพื่อรอวันเลิกทำงานอย่างเป็นทางการเท่านั้น

สำหรับคนอื่นๆ มันอาจดูเป็นช่วงเวลาที่ตกต่ำ มันอาจดูเสียเวลาและเสียดายสำหรับกุนซือฝีมือดีสักคนที่สามารถเป็นได้มากกว่านั้นเยอะ

แต่ใครจะสนล่ะ ? เพราะสำหรับ สเวน แล้วนั้น มันคือทางเดินที่เขาเลือกเอง และคือความสุขในชีวิตของคนวัย 60 บวกๆ ที่น่าอิจฉาที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียวล่ะครับ


และนี่ก็คือเรื่องราวของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน โค้ชกุนซือ เคยเป็นกุนซือชื่อก้องโลก ที่ครั้งหนึงเคยประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการลูกหนัง ใครอยากอ่าน ข่าวบอล ใหม่ๆ ดีๆ แบบนี้กดติดตามกันไว้ได้เลยครับ

แนะนำบทความและข่าวบอลอื่นๆ ที่น่าสนใจ