เจาะเบื้องลึก สถิติใหม่พรีเมียร์ลีก แข่ง 4 สัปดาห์ ยิงไป 44 ลูก

แข่งไปแค่ 4 สัปดาห์ ก็เกิด สถิติใหม่พรีเมียร์ลีก ที่น่าตื่นตื่นใจจมากที่สุด หลังนี้จากทุบสถิติยิงเกิน 40 ประตูทั้ง 10 สนามที่ลงแข่งขัน นับได้ 44 ลูกหรือเฉลี่ย 4.4 ประตูต่อเกม ซึ่งเกมที่น่าสนใจ นั้นมีมากมาย ทั้งเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ ท็อตแน่ม 6-1 ในบ้าน เป็นอีกเกมที่ดึงจำนวนประตูให้มากมายมหาศาล และยังมีจุดโทษฝ่ายละครั้ง

การยิงถล่มทลายขนาดนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ในรอบทศวรรษและสูงกว่าครั้งก่อนหน้า ซึ่งทั้งหมดนั้นอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มีเหตุผลซ่อนอยู่ว่าทำไม นักเตะถึงยิงได้มาก และมีอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง

 

ศิลปะเกมรับที่เปลี่ยนไป

กองหลังอย่าง ฟาน ไดจ์ ไม่ใช่นักเตะที่หาได้ง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋า และสิ่งที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้คือ เขาเริ่มผิดพลาดให้เห็น

ตำแหน่งผู้เล่นที่หลายทีมทั่วยุโรปคือปราการหลัง ครึ่งหนึ่งของทีมใน พรีเมียร์ลีก ล้วนต้องการแนวรับชั้นยอด รูปแบบของเกมยุคใหม่ทำให้ภาระตกอยู่ที่พวกเขา นอกจากเล่นเกมรับได้ดี ยังต้องมีความเร็ว ครบเครื่องเล่นดีทั้งกับพื้นและกลางอากาศ ไม่ใช่คนอ่อนประสบการณ์ มีความเป็นผู้นำ และถ้าเป็นไปได้ต้องมีความสามารถทั้งระบบกองหลัง 3 ตัวและ 4 ตัว ข้อเรียกร้องมากมายขนาดนี้ นี่คือกองหลังไม่ใช่ซูเปอร์แมน เอาจริง!

อย่างไรก็ดี พรีเมียร์ลีก ไม่ได้ขาดแคลนกองหลังขนาดนั้น เห็นได้ว่า เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็ยังมีกองหลังที่น่าสนใจอยู่หลายคน แต่ทีมเหล่านั้นก็อยากพัฒนาสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้เป็นเทพ ทำให้ดูเหมือนสิ่งที่มีอยู่ยังไม่พอ บางทีมมีข้อเรียกร้องสูง และบางทีมพยายามเท่าไรก็ซื้อใครไม่ได้

หรือปัญหาก็คือด้วยข้อเรียกร้องมากมาย แต่มีไม่กี่ทีมที่จะยอมจ่าย 80 ล้านปอนด์ (3,200 ล้านบาท) อย่างที่ ลิเวอร์พูล ซื้อตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ และคงเป็นเรื่องยากที่จะให้กองหลังคนเดียวแบกภาระ แก้ไขทุกปัญหา แถมยังต้องเติมเกมบุกเป็นครั้งคราว

 

แท็คติกตามแฟชั่น

เป๊ป ผู้นำแฟชั่นการต่อบอลกับพื้น ดันสูง และเล่นบอลเร็ว ฉับไว ทุกคนไม่ครองบอลนาน ถ้าไม่จำเป็น

การมาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และความสำเร็จพ่วงท้ายที่ บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น จนมาประจักษ์สายตาชาวผู้ดีที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้เกิดเทรนด์ที่กล้าหาญและแปลกใหม่ หลายทีมเลือกเดินตาม แต่หลายทีมสร้างสรรค์หนทางที่จะหยุดพวกเขาให้อยู่ กดดันสูง ใช้พลังมาก ตั้งอกตั้งใจ เกมที่มีความกดดันทำให้ทุกคน รวมถึงกองหลังมีภาระในเกมรุก แต่แปลกที่ตัวรุกอาจไม่ได้ช่วยเกมรับ

แท็คติกแปลกใหม่แต่ก็อันตราย ต้องการความเร็วของนักเตะพอๆ กับความเฉียบคม ทำให้เราเห็นความยอดเยี่ยมของ เจมี่ วาร์ดี้, ซน ฮึง มิน และ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยัง หรือคนอื่นที่เราอาจไม่ได้พูดถึง แม้กระทั่งทีมน้องใหม่ก็ไม่เล่นแบบปลอดภัย แต่มากับความกล้าได้กล้าเสีย อย่างที่เห็นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในซีซั่นก่อนและ ลีดส์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้ก็มาแบบสนุกสุดขีด น่าเชียร์ กล้าแลก

 

วีเออาร์ จุดโทษ และกฎใหม่

แม้เป็นเรื่องน่าหัวเสีย แต่ที่จริงแล้วมีการให้แฮนด์บอลในกรอบโทษมาแล้ว 6 ครั้งในลีกยุโรปชั้นนำ ด้วยกฎใหม่ที่ใกล้เคียงกับการทำฟาวล์ของ ดายเออร์

เมื่อมีการกระทบกระทั่งในกรอบเขตโทษก็เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจุดโทษ และกรรมการก็จะนำวีเออาร์มาใช้งาน เกมหยุดลงชั่วครู่ สร้างความหงุดหงิดให้ทุกคนที่เฝ้ารอผล แต่ก็เพื่อความถูกต้อง ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง โดนบอลบ้าง โดนคนบ้าง ทำให้ได้เห็นจุดโทษกันมากขึ้นจากที่เคยโดนปฏิเสธ เพราะเกมต้องการความเร็ว แต่ปัจจุบันทุกคนต้องการความจริง ความถูกต้อง

กองหน้าเหมือนจะโดนกองหลังเกี่ยวขาล้ม เกมหยุด แต่เมื่อไม่ใช่ลูกโทษเขาไม่เสียอะไร แค่โดนมองด้วยหางตา หรือกระทั่งนอกกรอบเขตโทษก็มีการใช้วีเออาร์เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ใช่เหตุรุนแรง และสามารถให้อะไรได้บ้าง ฟรีคิก ใบเหลือ ใบแดง หรือปล่อยผ่าน

กฎแฮนด์บอลที่เปลี่ยนไปน่าจะทำให้ เอริค ดายเออร์ หัวเสียสุดขีด ทั้งที่หันหลัง และไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าอะไรโดนแขน คนหรือบอล แต่ก็ต้องเสียจุดโทษและนี่อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

 

อวสานนรกทีมเยือน

พรีเมียร์ลีก มีแผนที่จะให้แฟนบอลกลับเข้ามาในสนามเดือนตุลาคม แต่การระบาดรอบใหม่ของไวรัสทำให้แผนนี้เลื่อนออกไปจนถึง มีนาคม 2021 เป็นอย่างน้อย

นี่ไม่ใช่วิกฤตที่เกิดกับอังกฤษเท่านั้น แต่หลายลีกยุโรปก็เช่นกัน สนามหลายแห่งมีมนตร์ขลังและมีผู้เล่นคนที่ 12 แต่มันเปลี่ยนไปเมื่อเกิดโรคระบาด แฟนๆ ไม่สามารถชมเกมได้ตามปกติ ความกดดันทั้งต่อนักเตะคู่แข่งและต่อผู้ตัดสินหายไป สิ่งที่ผู้ชมทางบ้านได้ยินเป็นเพียงเสียงเอฟเฟกต์ เหมือนว่ามีแต่ไม่มี

ก่อนหน้านี้ มีสถิติระบุว่า ทีมเยือนมีโอกาสชนะ 26 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ทีมเยือนมีโอกาสชนะเพิ่มขึ้นเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าเจ้าบ้านยังคุ้นชินกับสภาพสนามมากกว่าแต่มีบางอย่างขาดหายเมื่อพวกเขาไม่ได้ลงเตะต่อหน้าแฟนๆ ที่เนืองแน่น พร้อมเสียงเชียร์ เสียงเชียร์ทำให้พวกเขาสามารถผลักดันตัวเองแม้เหนื่อยล้าและแทบจะเสียสมาธิ แต่ตอนนี้นักเตะต้องช่วยเหลือตัวเอง

 

ธุรกิจฟุตบอล

พรีเมียร์ลีก เป็นเจ้าของค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลที่แพงที่สุดในโลก ขณะนี้กำลังเดินเรื่องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ซื้อลิขสิทธิ์นจีน มูลค่ากว่า 217 ล้านดอลล่าร์ (6,510 ล้านบาท)

ต้องยอมรับว่า พรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์สูงมากกว่าอีก 4 ลีกดังของยุโรป สถานการณ์หลายอย่างทำให้พวกเขาสูญเสียรายได้ เทคโนโลยีทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขันทำทุกวิถีทางเพื่อรักษามาตรฐาน ให้เกมยังสนุก น่าชม ไม่ว่าจะเป็นความพยายามในด้านประวัติศาสตร์ การแข่งขันระหว่างคู่รักคู่แค้น ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่เล่าขาน

การต่อสู้อย่างดุดันด้านแท็คติกของกุนซือ หรือนักเตะที่สุดแล้วทั้งหลายเหล่านั้นผันมาเป็นประตูจำนวนมาก การเสมอ 2-2 และ 0-0 มีความแตกต่างในด้านการมีส่วนร่วมของทั้งนักเตะและแฟนๆ รวมถึงอารมณ์ขึ้นลงระหว่างเกม ก่อนที่ พรีเมียร์ลีก จะไม่น่าสนใจ พวกเขาจึงต้องพยายามโปรยปรายประกายเพชรไว้ในเกม

ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สิ่งที่เคยคุ้นเริ่มแตกต่าง สนาม ห้องแต่งตัว แม้กระทั่งกิจวัตรของนักเตะและผู้จัดการทีมก็ไม่เหมือนเดิม ในสถานการณ์เช่นนี้มีทั้งภาพที่มองเห็นและมองไม่เห็นส่งผลกระทบกับเกม ใครๆ ก็ต้องปรับตัว เกมก็เปลี่ยนไป แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเพียงไหน ที่สุดแล้วความพยายามของทุกคนก็อยากให้เกมออกมาสนุกสนาน เพื่อผู้ชม แม้วันนี้ผู้ชมยังไม่ได้เข้าสู่สนามก็ตาม


และทั้งหมดนี้ก็คือบทความเจาะลึก เบื้องหลัง สถิติใหม่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งสำหรับใครที่ชื่นชอบ บทความพนัน หรือ ข่าวบอล ดีๆ แบบนี้อีก ก็สามารถติดตามอ่านกันได้ที่เว็บนี้เว็บเดียวเท่านั้น