จุดอ่อนแมนซิตี้

เจาะแผลเรื้อรัง จุดอ่อนแมนซิตี้ ที่อาจทำ หงส์ ซิวแชมป์ง่ายกว่าเดิม

จุดอ่อนแมนซิตี้ …สถิติฟ้องชัดเจนว่า  เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งจะโดนคู่แข่งยิงใส่ 5 ประตูเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาทำงานในศึก พรีเมียร์ลีก กับ เรือใบสีฟ้า เขาเป็นชายที่ทำสถิติครั้งแรกเอาไว้ในหลายๆ อย่าง แต่เรื่องนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอยากจะจดจำสักเท่าไหร่

ภายใต้การทำงานซีซั่นที่ 5 แห่งถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ความกดดันและความท้าทายของเขาพุ่งขึ้นอย่างล้นหลาม จากการก้าวขึ้นมาครองอำนาจของ ลิเวอร์พูล ในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์

การแพ้ เลสเตอร์ 2-5 อาจไม่ใช่จุดล่มสลายของโลก และเราไม่ควรตัดสินใครจากการลงเล่นแค่ 2 เกมลีก แต่ถึงกระนั้น มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเรื่องที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะถ้าคำนึงถึงมาตรฐานของทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในช่วงหลังๆ ที่ควรต้องการันตี 90 แต้ม เป็นอย่างน้อย

ช่องว่างความผิดพลาดที่น้อยมาก ทำให้ แมนฯ ซิตี้ จะพลาดบ่อยๆ เหมือนซีซั่นก่อนไม่ได้อีกแล้ว นั่นก็แปลว่า เป๊ป หรือบอร์ดบริหารของสโมสร จะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างทันทีในตอนนี้

รูเบน ดิอาซ คือคำตอบแรกที่เราเห็นทันทีหลังเกมล่าสุด แนวรับวัย 23 ชาวโปรตุเกส กลายเป็นแข้งคนใหม่ของ “เรือใบสีฟ้า” อย่างเป็นทางการ และถูกคาดหวังให้เข้ามาอุดรอยรั่วตลอด 2 ฤดูกาลที่ กอมปานี ทิ้งเอาไว้

แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอ เพราะตลาดนักเตะจะเปิดถึงวันที่ 5 ต.ค. และ แมนฯ ซิตี้ ต้องการ อาวุธทำลายล้าง ที่รุนแรงกว่านี้ โดยเฉพาะมิติใหม่ๆ ของการเล่นเกมรุก ที่เริ่มโดนคู่แข่งหลายๆ ทีมจับทางได้แล้ว

ในเกมพ่าย จิ้งจอก สิ่งที่เราเห็นก็คือ ซิตี้ ไม่มีทั้ง กุน อเกวโร่ และ กาเบรียล เชซุส ที่บาดเจ็บพร้อมกัน ทำให้ต้องดัน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ขึ้นไปเล่น ฟอลส์ ไนน์ ก่อนที่จะมีการสลับเอา เลียม ดีแล็ป กองหน้าดาวรุ่ง ลงมาเล่นแทนในครึ่งหลัง

ด้วยความเคารพลูกชายของเจ้าพ่อลูกทุ่มไกล รอรี่ ดีแล็ป แต่เราต้องยอมรับว่ากองหน้าดาวรุ่งวัยแค่ 17 ยังไม่ควรเป็นตัวเลือกในยามคับขันที่ ซิตี้ กำลังต้องการประตูสุดๆ

เบนฌาแม็ง เมนดี้ ที่รับบทบาทแบ็คซ้าย ยังทำความมั่นใจหล่นหายไปเยอะ จังหวะเกมรุกของเขาเก้ๆ กังๆ พอกับความมั่นคงในการเล่นเกมรับ โดยมี โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ คอยสแตนบายแค่คนเดียว

เป๊ป นั้นให้สัมภาษณ์ยอมรับเองในช่วงหลังจบแมตช์ล่าสุดว่า แมนฯ ซิตี้ นั้นกดดันตัวเองมากเกินไปในช่วงที่พยายามยิงทิ้งห่าง 2-0 และพอทำไม่ได้ นั่นก็ทำให้ผู้เล่นเกิดความรู้สึกตื่นตระหนก และกลายเป็นหายนะที่กลับมาทิ่มแทงตัวเอง

ทุกๆ ทีมรู้ว่าจะต้องเล่นกับ แมนฯ ซิตี้ ยังไง เช่นเดียวกับ เลสเตอร์ ที่ยังถอยไปตั้งรับกันชิลๆ ในช่วงที่โดนนำ 1-0 และอาศัยเพียงแค่จังหวะฉาบฉวย 2-3 ครั้งเท่านั้น แต่พวกเขารู้ดีว่านั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้เล่นของ ซิตี้ อกสั่นขวัญแขวนได้

แผงแนวรับที่ยินกับสูงปรี๊ดของ ซิตี้ จะโดนทีมรองบ่อนเล่นงานแบบนี้เรื่อยๆ ตราบใดที่พวกเขายังไม่มีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟฝีเท้ายอดมนุษย์ เข้ามาแบกรับความผิดชอบจริงๆ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะยังยึดแนวทางหลักๆ ของเขาเอาไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะการดันแนวรับขึ้นสูง หรือการครอบครองบอลแบบเบ็ดเสร็จเกือบทั้งเกม แต่เขาจำเป็นต้องมีรายละเอียดของมิติที่แปลกใหม่มากกว่าที่เป็นอยู่

ด้วยขุมกำลังที่มีแข้งเจ็บบาน ณ เวลานี้ มันอาจมีความจำเป็นว่า เป๊ป จะต้องตัดเกมบอลถ้วยรายการใดรายการหนึ่งออกจากสารบบอย่างถาวร โดยเฉพาะ คาราบาว ที่คว้าแชมป์มา 3 สมัยซ้อนเข้าไปแล้ว

ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่า ภารกิจกู้ชีพของ ซิตี้ ในซีซั่นชี้เป็นชี้ตายของ กวาร์ดิโอล่า ในครั้งนี้ จะจบลงในรูปแบบไหนครับ


และทั้งหมดนี้ก็คือ จุดอ่อนแมนซิตี้ ที่ต้องเร่งแก้ไขหากยังหวัง ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาลปัจจุบันที่จะถึงนี้ ซึ่งพวกเขาก็ยังมีเวลาปรับปรุงแก้ไขอยู่เพราะ เส้นทางการลุ้นแชมป์ยังอีกยาวไกล เลยต้องติดตามอ่าน ข่าวบอลล่าสุด ที่นี่ เท่านั้น