แผนลิเวอร์พูล ในการรับมือป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก 2020/2021

แผนลิเวอร์พูล … ในที่สุดถ้วยพรีเมียร์ลีกก็ถูกประดับให้เป็นสีแดงหลังจากลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากรอคอยการเป็นแชมป์สูงสุดยาวนานถึง 30 ปี ได้สิ้นสุดลง แต่สิ่งที่หนักกว่านั่นก็คือ ฤดูกาลหน้า พวกเขาจะทำอย่างไร ที่จะเก็บรักษาถ้วยรางวัลใบนี้เอาไว้ให้ได้ เพราะบรรดาคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเชลซี ดูเหมือนจะไม่ยอมให้ทีมหงส์แดง เป้นฝ่ายครองความยิ่งใหญ่แค่ทีเดียว

เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากหลังจากจบฤดูกาล ลิเวอร์พูลทำแต้มทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปห่างไกล และผลต่างระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับทีมอันดับสาม ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแต้มที่ถูกทิ้งห่างไปเช่นกัน

คำถามคือ ฤดูกาลหน้าจะยังเป็นเช่นนี้หรือไม่

คำตอบคือ ไม่มีทางที่อดีตแชมป์เก่าทั้งหลาย จะปล่อยให้ลิเวอร์พูล ชิงความเป็นเลิศได้อย่างยาวนานแน่ และพวกเขาก็เริ่มใช้งบประมาณของทีม ไล่เสริมทัพกันอย่างสนุกมือบ้างแล้ว ในทางตรงกันข้าม ลิเวอร์พูล ยังไม่มีวี่แววเรื่องการเสริมทัพที่ชัดเจน ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ มันช่างล่อแหลมต่อการป้องกันแชมป์ของพวกเขาจริงๆ

เชลซี เริ่มของแรงก่อน ด้วยการตุน ฮาคิม ซีเย็ค นักเตะยอดเยี่ยมจากอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมตั้งแต่ช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา โดยเปนการซื้อขายกันล่วงหน้า ก่อนที่จะได้ตัว ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมัน ตามเข้ามาติดๆ ในช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมาเหมือนกัน ทำให้หลายฝ่ายมองถึงความแข็งแกร่งของเชลซี ที่ดูดีขึ้นมาทันที

ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ขยับใหม่เช่นกัน เมื่อคว้าตัว เฟร์ราน ตอร์เรส และ นาธาน อาเก้ เข้ามาสู่ทีม โทษฐานที่ตัวเองมองเห็นจุดบกพร่องในฤดูกาลที่ผ่านมาของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด และยังไม่มีใครรู้ว่า เงินจากสโมสรที่หนาปึ้ก จะถูกสาดเข้าสู่ตลาด เพื่อเสริมทัพเข้ามาอีก จะจบลงที่ใคร เดี๋ยวคงได้มีความเคลื่อนไหว เพราะมันยังไม่จบแค่นี้แน่

นอกจากนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงผ่องถ่ายทีมใหม่ เพราะแกนหลักที่เล่นกันมาหลายปีกำลังเริ่มโรยรา และจากทีมไป ไม่ว่าจะเป็น ดาบิด ซิลบา ที่ปลดระวางกับทีมหลังจบฤดูกาลสดๆ ร้อนๆ, การจากไปของ แว็งซ็อง กอมปานี และการแก่ชราไปเรื่อยๆ ของ กุน อเกวโร่ กำลังได้รับการผ่องถ่ายจากสายเลือดใหม่ ที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังส่งดาวเตะอย่าง ฟิล โฟเด้น เข้ามามีบทบาทในทีมมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการจ่ายตลาด และคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามากอบกู้สถานการณ์ในทีมได้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ก็ยังมีทีท่าว่า จะขนดาวเด่นเข้ามาเติมเต็มให้กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเป็นแนวรับคนใดคนหนึ่ง รวมถึง เจดอน ซานโช่ ดาวรุ่งพุ่งแรงจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ยังตกเป็นข่าวรายวันกันอย่างไม่หยุดหย่อน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งการรอคอยแชมป์มาแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ถึง 26 ปี ระหว่างปี 1967-1993 และรอบล่าสุด เผลอแป๊บเดียว พวกเขาไม่ได้สัมผัสแชมป์สูงสุดมาแล้ว 7 ปี กำลังเข้าสู่ปีที่ 8 และพวกเขาจะไม่ยอมรอให้เหตุการณ์แห่งการรอคอยเกิดขึ้นถึง 30 ปี เหมือนอย่างที่ลิเวอร์พูลเคยประสบมาแล้วแน่ เพราะทรัพยากรเรื่องเงินทองของทีมปีศาจแดง ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่มั่นคงที่สุด เพราะการทำธุรกิจของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน และ เก็บสะสมทุนเอาไว้เต็มท้องพระคลัง

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ คือสิ่งที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นที่จะต้องคิดให้หนัก และเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ลิเวอร์พูลได้เปรียบทุกทีมนั่นก็คือ เรื่อง สปิริตของทีม รวมทั้ง นักเตะชุดนี้ แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย จึงทำให้ตัดปัญหาเรื่องการรู้ใจกันได้เป็นอย่างดี เหลือแค่เพียงว่า จะรักษามาตรฐานของทีมที่ทำเอาไว้สูงมาก ให้ดีเหมือนเดิมได้มากน้อยแค่ไหน

ลิเวอร์พูลยังมีปัญหาเรื่องการหายไปของเดยัน ลอฟเรน แนวรับจึงจำเป็นต้องเสริม เช่นเดียวกับ ตัวสแตนบายของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน จุดนี้ชัดเจน ซึ่งเยอร์เก้น คล็อปป์ ยืนยันแล้วว่า จำเป็นต้องแก้ไข ส่วนแนวรุก ที่ต้องการหาความแตกต่างให้มากขึ้น ยังเป็นที่จับตาหลังจากชิงตัว ติโม แวร์เนอร์ มาได้ไม่สำเร็จ ซึ่งถ้าเยอร์เก้น คล็อปป์ สามารถอุดรอยรั่วส่วนต่างๆ นี้ได้ ลิเวอร์พูล ยังพร้อมที่จะเป็นแชมป์สมัยหน้าได้เหมือนกัน

ส่วนตำแหน่งของอดัม ลัลลาน่า บิ๊กบอสคนเก่งหงส์แดง มอบหมายให้กับเคอร์ติส โจนส์ เข้าเสียบแทนเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับ การรอวันปล่อยพลังของ นาบี้ เกอิต้า ที่กำลังเข้าที่เข้าทางในช่วงรีสตาร์ทที่ผ่านมา ซึ่งหากฤดูกาลหน้าเป็นปีทองของเกอิต้าขึ้นมา มิติฟุตบอลของลิเวอร์พูล จะทวีความน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก

ยกแรกของการลุยศึกพรีเมียร์ลีก 2020-21 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นั่นคือ การเสริมทัพเพื่อขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของแต่ละทีม และรับประกันความมันของฤดูกาลหน้าได้เลยว่า จะไม่ได้เห็นความห่างของแต้มอีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนเป็นการขับเคี่ยวแต้มกันอย่างสนุกของทีมยักษ์ใหญ่ ซึ่งวันที่ 12 กันยายนนี้ พรีเมียร์ลีกก็จะกลับมาโม่แข้งกันอีกครั้งแล้ว รักใครเชียร์ใคร เตรียมหัวใจไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน


และทั้งหมดนี้ก็คือ แผนลิเวอร์พูล ที่ต้องเตรียมรับมือ หากพวกเขาอยากจะ ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ให้ได้

อ่าน ข่าวบอล สดใหม่ พร้อม รีวิวเว็บพนันออนไลน์ น่าเล่นก่อนใคร ต้องที่นี่เท่านั้น

แนะนำข่าวลิเวอร์พลูสุดฮิต ที่คุณอาจพลาดไป