เจาะประเด็นหลังเกม ลิเวอร์พูลพลาดทำลายสถิติ ในเกมล่าสุด

ลิเวอร์พูลพลาดทำลายสถิติ …  หงส์แดง ทีมแชมป์ประจำฤดูกาล 2019-20 ทำได้เพียงเสมอกับ เบิร์นลี่ย์ ในถิ่น แอนฟิลด์ ของตัวเอง 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พลาดการทำสถิติชนะรวดในบ้านทั้งฤดูกาลไปแล้ว

แม้ว่าจะได้แชมป์ในซีซั่นนี้เป็นที่เรียบร้อย แต่ทีมเองก็ยังมีสถิติให้เก็บกันหลายต่อหลายอย่าง ซึ่งแม้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะไม่ได้ออกมาพูดอะไรอย่างขัดเจน ว่าเขาจะทำสถิติอะไรหรือไม่ แต่เชื่อเถอะว่าหวังลึกๆ กันทุกคน

เหลืออีกแค่เพียง 2 นัด พวกเขาก็จะเป็นทีมแรกที่เอาชนะในบ้านได้ทุกเกม 19 นัดในซีซั่น แต่ก็พลาดไปกับเกมวันนั้น อย่างไรก็ดี พวกเขายังคงอยู่ในเส้นทางการคว้าแชมป์ด้วยแต้มที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์

ตอนนี้ พวกเขามีอยู่ 93 คะแนน เหลือเกมการแข่งขันอีก 3 นัด เท่ากับว่าพวกเขาต้องชนะรวดทุกเกมให้ได้ เพื่อจะทำสถิติ 102 แต้ม ถ้าทำได้แค่ 7 ก็จะจบ 100 เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ส่วนตัวผม เรื่องสถิติ เป็นสิ่งที่น่าสนใจนะครับ ผมเองก็เป็นคนขอบในเรื่องสถิติต่างๆ เพียงแต่ถ้ามันเป็นช่วงเวลาอะไรแบบนี้ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล ที่ได้แขมป์ไปแล้ว การจะตะบี้ตะบันเพื่อเอาสถิติ สำหรับผมมองว่าไม่จำเป็น

ไม่ใช่ว่าจะไม่พยายามทำให้ได้นะครับ ถ้ามันได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเอามาใส่ใจอะไรก็เท่านั้น ถ้าจะเสี่ยงส่งผู้เล่นตัวจริงลงทั้งหมด และทุ่มเทเล่นให้เหมือนกับยังไม่ได้แชมป์ ถ้าเกิดมีใครบาดเจ็บหนักขึ้นมา มันก็จะไม่คุ้มในระยะยาว

แนะนำบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ล่าสุดก็มีให้เห็นมาแล้ว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้รับบาดเจ็บในเกมนัดพบกับ ไบรท์ตัน และต้องพักจนจบซีซั่น แถมยังไม่ชัวร์ว่าฤดูกาลหน้า จะได้เปิดเทอมพร้อมกับเพื่อนๆ หรือเปล่า

คล็อปป์ เข้าใจดีกับเรื่องนี้ และเขาก็ได้ทำให้เห็นมาตลอด นับตั้งแต่กลับมาจากการเบรกโควิด-19 เขามีการพักผู้เล่นหลายราย โรเตชั่นมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยังคงได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ อลิสซง แต่ผู้เล่นคนอื่นๆ นั้นมีได้พักกันทั้งหมด โดยเฉพาะ 3 พระกาฬในแดนหน้า ที่มีการใช้สลับกันบ้าง

แต่ก็อย่างที่เห็นว่า หากตัวสำรองที่ลงไปแทนนั้นไม่เวิร์ค กุนซือชาวเยอรมัน ก็จะเอาบรรดาตัวจริงกลับลงมา เพื่อ 3 คะแนนทันที นั่นแสดงถึงว่า คล็อปป์ ยังอยากเห็นชัยชนะของทีมในทุกๆ เกมที่เหลือ

ในเกมล่าสุดที่พบกับ เบิร์นลี่ย์ ทัพ “หงส์แดง” มีการเปลี่ยนเอา เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ไปพักบ้าง และใช้ดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงมาแทน

เช่นเดียวกับตำแหน่งของ เฮนโด้ เขาก็เลือกใช้ เคอร์ติส โจนส์ เป็นตัวจริง และเมื่อทีมดูจะนำอยู่เพียงแค่ลูกเดียว ก็ส่งเอาตัวจริงลงสนามมา แต่ดันโป๊ะเชะ ทีมโดนตีเสมอหลังจากเปลี่ยนเอา เทรนท์ กับ นาบี เกอิต้า ลงสนามมาไม่นาน รับโบนัส เครดิต คลิ๊กดู >>> โปรโมชั่น ibcbet

ปัญหาของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้นั้น คือการได้โอกาสยิง แต่ไม่สามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ ส่วนหนึ่งก็ต้องชื่นชม นิค โป๊ป ผู้รักษาประตูทีมเยือน รวมถึงแผงหลังที่ทำให้ “หงส์แดง” นั้นหาโอกาสยิงเหน่งๆ ไม่มากนัก พอมีโอกาสก็ติดนายทวารอีก

ซึ่งบอกเลยว่า นี่จะเป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล รวมถึงทีมลุ้นแชมป์ในซีซั่นหน้าทั้งหลาย จะต้องเจอ การอุดแบบเต็มอัตราศึก และการเล่นบอลไดเร็คที่มากขึ้นเพื่อรักษาคะแนนของบรรดาทีมกลางตาราง ค่อนไปทางท้ายตาราง

จุดที่เป็นประเด็นอีกหนึ่งอย่างคือการตัดสินจังหวะที่น่าจะเป็นจุดโทษของ ลิเวอร์พูล จังหวะที่ โยฮัน เบิร์ก กุดมุนด์สัน นั้นจับบอลห่างตัวจนต้องลงไปกวาดบอล แล้วไปโดนขาของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

จังหวะนี้ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า กุดมุนด์สัน นั้นสไลด์ไปโดนบอลก่อนนะครับ แล้วทางแบ็กซ้ายชาวสกอตต์ ถึงจะเข้ามาโดนเกี่ยวในภายหลัง ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของผู้ตัดสินเลย ว่าจะให้หรือไม่ให้ ให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ไม่แปลกอะไร

บังเอิญว่า เดวิด คู้ต นั้นใจแข็งไม่เป่าเป็นจุดโทษ เลยทำให้โซเชี่ยลกำลังระอุกับจังหวะนี้ไปโดยปริยาย ยิ่งมีเหตุการณ์เปรียบเทียบจากกรณีของ บรูโน่ แฟร์นันเดส ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต๋ล็ด เอาชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 อีก ทำให้เดือดไปใหญ่

อีกจังหวะก็คงเป็นลูกตีเสมอของ เบิร์นลี่ย์ ที่มาจากฟรีคิกในแดนตัวเอง จังหวะก่อนหน้านั้น ผู้กำกับเส้น ยกธงล้ำหน้าของ ลิเวอร์พูล แต่พอมาดูภาพช้า ปรากฏว่าไม่ล้ำ

ซึ่งอันนี้บอกเลยว่าเป็นการทำงานที่ผิดพลาดของไลน์แมน ที่รีบตัดสินใจยกธงล้ำหน้าขึ้นมา ทำให้ผู้ตัดสินในสนามนั้นต้องเป่านกหวีด ให้ประโยชน์กับ เบิร์นลี่ย์ ไป

นี่เป็นคำตอบว่าทำไมนับตั้งแต่มี วีเออาร์ เข้ามาช่วยตัดสิน ผู้กำกับเส้นนั้นมักจะยกธงช้าในหลายๆ จังหวะ โดยเฉพาะในเหตุการณ์ที่มันไม่ชัดเจนพอจะใช้สายตาตัวเองตัดสิน

มันก็เพื่อให้เกมดำเนินต่อไป จนบอลตาย ก่อนจะไปเช็ควีเออาร์กันในภายหลัง ฉะนั้นแฟนบอลทั้งหลายก็ไม่ต้องหงุดหงิดไปนะครับ หากจะมีการยกธงล้ำหน้าที่ค่อนข้างจะช้า

เพระถ้ายกธงเร็วเกินไป มันก็จะเป็นดั่งเหตุการณ์นี้ ที่เมื่อเป่าไปแล้ว แล้วมันดันไม่ล้ำ ทำให้ไม่สามารถเรียกกลับมาได้ เพราะเกมได้หยุดไปเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ในเกมนี้นั้น ต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล เองก็ไม่เฉียบคมพอ ประกอบกับฟอร์มเซฟของ นิค โป๊ป ไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงเป็นผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีทมากที่สุดในตอนนี้ ที่จำนวน 14 ครั้ง

และนี่คือประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเกมเสมอกันเกมนี้ แต่ไม่ว่า ลิเวอร์พูล จะเสมอหรือต่อให้ถึงขั้นแพ้ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร กับการที่พวกเขาเป็นแชมป์ลีกสูงสุดในซีซั่นนี้

ฉะนั้นแฟนๆ “หงส์แดง” ก็ไม่ต้องไปซีเรียสหรอกครับ ในช่วงอีก 3 นัดที่เหลือ เชียร์บอลกันให้สนุกดีกว่า สบายใจกว่ากันเยอะ…


สำหรับ ข่าวบอล ล่าสุด เรื่อง ลิเวอร์พูลพลาดทำลายสถิติ ก็จบแล้วนะครับ คิดเห็นอย่างไรก็สามารถมาคอมเมนต์บอกกันไว้ได้ และอย่าลืมติดตามอ่านเรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้ใหม่ ในสัปดาห์หน้า