ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน

5 ตัวเต็ง ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน หาก โยอัคคิม เลิฟ ประกาศอำลา

เยอรมนีคือหนึ่งในชาติที่แข็งแกร่งที่สุดในด้านฟุตบอล อดีตแชมป์โลก 4 สมัยเป็นส่วนหนึ่งในหัวใจแฟนๆ มากมายแม้ไม่ใช่ชาวเยอรมัน ด้วยรูปแบบการเล่นที่เป็นระบบ เต็มไปด้วยนักเตะยอดฝีเท้าและ ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน โยอัคคิม เลิฟ พาทีมคว้าแชมป์โลก 2014 นั่งตำแหน่งกุนซือมายาวนาน 15 ปีนับตั้งแต่ปี 2006 กับสไตล์อันน่าตื่นตา แต่ระยะเวลาอันยาวนานและกาลเวลาที่เปลี่ยนไปทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

โยอัคคิม เลิฟ

เลิฟคุมชาติเยอรมนีมาอย่างยาวนาน ด้วยสถิติ 188 เกม ชนะ 120 เสมอ 37 แพ้ 21 เริ่มต้นที่รองแชมป์ ยูโร 2008 จบที่ตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2018 ตัดสินใจลาออกแม้ยังเหลือสัญญาถึงปี 2022 หรือควรพาทีมไปสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 แต่เขาเลือกวางมือ คาสิโน sbobet

เดือนพฤศจิกายน 2020 ในเกมกับทีมชาติสเปน เยอรมนีพบความพ่ายแพ้หมดรูป 6-0 หนักหน่วงที่สุดระหว่างสองชาติในประวัติศาสตร์ 90 ปี ข่าวลือบอกว่านักเตะเริ่มตั้งคำถามและไม่ให้ความไว้วางใจ

แต่ก่อนหน้านั้นรอยร้าวกับผู้เล่นมีมาก่อนแล้ว โทมัส มุลเลอร์, มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ และ เยอโรม บัวเต็ง เล่นผิดฟอร์มในศึกฟุตบอลโลก 2018 แชมป์เก่าไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ พวกเขาได้รับคำบอกว่าอาจจะไม่ได้กลับมาเล่นในทีมชาติอีกเมื่อเดือนมีนาคม 2019 แต่ก็กลับคำพูด อาจใส่ชื่อพวกเขาใน ยูโร 2020 ที่เลื่อนออกมาเป็นปี 2021

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เพื่อเป็นการยืนยันสถานะ เลิฟประกาศชัดเจนว่า ยูโร 2020 จะเป็นรายการสุดท้าย แม้ยังเหลือสัญญาอยู่แต่ถึงเวลาแล้วที่เขาจะก้าวลงจากตำแหน่ง เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ยังไม่มีใครทราบได้ ความขัดแย้ง เบื่อหน่าย หรือ อิ่มตัว แต่แน่นอนว่าอีกไม่นานนี้เมื่อฤดูร้อนจบลง ทุกคนจะได้เห็นกุนซือคนใหม่

 

ตัวเต็งที่มีโอกาสขึ้นมาเป็น ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน

ฮันส์ ดีเทอร์ ฟลิค

ฮันส์ ดีเทอร์ ฟลิค

หากคุณเป็นชาวเยอรมันเป็นผู้จัดการทีมบาเยิร์น มิวนิคและทีมของคุณเป็นแชมป์มาหลายปี หลายฤดูกาล ไม่มีใครสามารถโค่นล้มได้ เช่นนั้นแล้วคงไม่มีก้าวต่อไปที่จะยิ่งใหญ่กว่าการเป็นกุนซือทีมชาติเยอรมนี และความสำเร็จที่พาทีมคว้าเทรเบิ้ล 2019/20 ก็พอบอกได้ถึงฝีมือที่มีอยู่ หลังจากเคยเป็นผู้ช่วยของ โยอัคคิม เลิฟ ในทีมชาติ แต่ปลีกตัวออกมาก่อนเมื่อปี 2014 หลังเป็นแชมป์โลก

ความรู้ด้านฟุตบอลของ ฟลิค มีมากมาย เมื่อเอยรมนีเป็นแชมป์โลกแล้ว เขามานั่งตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร เดเอฟเบ 3 ปีระหว่างนั้นก็หาประสบการณ์งานโค้ชกับหลายทีมดังระดับยุโรป เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล

แถมยังเคยเปิดร้านขายอุปกรณ์กีฬาในบ้านเกิดของภรรยา แต่แท็คติกที่สุดยอดจนพา บาเยิร์น เป็นแชมป์ยุโรปเขาตอบเหมือนง่าย เล่นดันหลังสูง ไม่เปิดพื้นที่ให้คู่แข่ง และเมื่อมีบารมีสะสม งานทีมชาติก็ไม่ไกลเกินไป

 

ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน มาร์คัส ซอร์ก

มาร์คัส ซอร์ก

จำได้หรือไม่ เคยมีเรื่องเล่าเมื่อนานมาแล้วว่า เยอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ แท้ที่จริงเป็นกุนซือฝีมือดาดๆ แต่ที่เขาสามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้ถึงอันดับ 3 คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ และฟุตบอลโลก 2006 ก็เพราะมีจอมแท็คติกอย่าง เลิฟ เป็นมือขวา และสหพันธ์ก็เห็นในความสามารถของผู้ช่วยจึงผลักดัน เลิฟ ขึ้นมารับตำแหน่งต่อ นี่อาจเป็นเรื่องราวคล้ายเดิม ตัวละครใกล้เคียงกัน

สิ่งที่แตกต่างก็คือ อาชีพนักเตะของ ซอร์ก ไม่ยืนยาวนัก และไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนกระทั่งเข้ามารับงานกุนซือ ไต่ระดับจากทีมลีกล่างขึ้นมาที่ ไฟร์บวร์ก ในเดือนมิถุนายน 2011 แต่ทำงานได้เพียง 5 เดือนก็โดนไล่ออก เนื่องจากผลการแข่งขันไม่เป็นที่น่าพอใจ เหมือนการได้เป็นเล่นเว็บพนัน nova88

ประสบการณ์ที่น่าสนใจของซอร์กคือการเป็นโค้ชทีมเยาวชนทั้งสโมสรและทีมชาติ ดังนั้นไม่ต้องห่วงนโยบายเกี่ยวกับดาวรุ่งที่จะคงอยู่ต่อไป ว่ากันว่านี่คือกุนซือที่ เลิฟ แนะนำ และ โอลิเวอร์ เบียร์ฮอฟฟ์ ก็เห็นดีเห็นงานที่จะผลักดันขึ้นมาเป็นบุนเดสเทรนเนอร์คนถัดไป

 

สเตฟาน คุนซ์

สเตฟาน คุนซ์

หากนโยบายของเยอรมนียังไม่เปลี่ยนแปลง เน้นการปั้นเด็ก ใช้งานเยาวชน ผลักดันดาวรุ่ง คุนซ์ ก็เป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้ เขามีประสบการณ์หลากหลายตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ นอกจากค้าแข้งในบ้านเกิดยังเคยไปต่างแดนกับ เบซิคตัส และติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว

ประสบการณ์ในการทำทีมอาจยังน้อยไปสักหน่อย แต่เมื่อมาเป็นกุนซือทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ก็เดาได้เลย ความสัมพันธ์กับสหพันธ์คงไม่มีปัญหา และน่าจะรู้จักแข้งรุ่นใหม่อยู่แล้ว แถมยังเคยพาทีมเป็นแชมป์ ยูโร ยู21 เมื่อปี 2017 ด้วยการเอาชนะสเปน

ประวัติที่น่าสนใจคืออาชีพหลังแขวนสตั๊ด ไม่ได้เริ่มต้นที่การคุมทีมฟุตบอลแต่เป็นผู้อำนวยการสโมสร โบคุ่ม นาน 8 ปี และยังเคยนั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร ไกเซอร์สเลาเทิร์น แต่อยู่ได้ไม่นานและเปลี่ยนทิศมาเป็นกุนซืออย่างจริงจัง ก่อนที่จะมาเป็นนัก รีวิวเว็บพนัน

 

ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน ราล์ฟ รังนิก

ราล์ฟ รังนิก

นี่คือชื่อที่ปรากฏบนหน้าสื่อบ่อยครั้ง เมื่อไรที่มีตำแหน่งว่างในทีมใหญ่ ทีมดัง ผลงานโดดเด่นของเขาคือการทำให้ ชาลเก้ ได้ลุ้นแชมป์ และพา ฮอฟเฟ่นไฮม์ พุ่งจากทีมระดับลีกา 3 ขึ้นมา บุนเดสลีกา ปัจจุบันเป็นผู้บริหาร อาร์บี ไลป์ซิก แม้ได้ชื่อว่าสโมสรที่คนเยอรมันเกลียดมากที่สุด แต่ระบบโครงสร้างของทีมและนโยบายน่าชื่นชม และกลายเป็นทีมอคาเดมี่ของยักษ์ใหญ่มากมาย

จุดแข็งของ รังนิก อยู่ที่ระบบ การตั้งกรอบว่า ไลป์ซิก จะใช้งานนักเตะดาวรุ่งและแข้งพรสวรรค์ที่ปั้นขึ้นด้วยวัยไม่เกิน 24 ปีเป็นสิ่งที่หลายทีมพยายามทำอยู่ แต่ค่าเฉลี่ยอายุนักเตะของ ไลป์ซิก ค่อนข้างน้อย และเป็นจริง แถมยังเป็นทีมระดับหัวตาราง แทงบอล บุนเดสลีกา  ที่ maxbet

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปรัชญาการทำทีมของ รังนิก ก็ยอดเยี่ยม เขาบอกว่าอย่าหยุดเข้าใจนักเตะและต้องทำให้ผู้เล่นทุกคนเชื่อว่า กุนซือทำให้นักเตะดีขึ้นอยู่เสมอ เขามักจะมีข่าวกับหลายทีม แต่ยังไม่มีใครดึงเขาออกมาจากการบริหาร ไลป์ซิก ได้เลย

 

เยอร์เก้น คล็อปป์

เยอร์เก้น คล็อปป์

ผลโพลจาก บิลด์ สื่อในเยอรมนีที่แม้จะเน้นข่าวซุบซิบนินทาแต่ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยในหมู่ชาวเยอรมันทั่วไประบุว่า คล็อปป์ คือคนที่ผู้อ่านลงคะแนนโหวต อยากให้มาเป็นกุนซือทีมชาติคนถัดไป ด้วยสไตล์การเล่นอันดุดัน มีปรัญาที่ชัดเจน เขาเป็นที่รักในบ้านเกิด เคยทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นแชมป์บุนเดสลีกา ลุ้นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยดาวดังคับคั่ง และยังแสดงฝีมือกับ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่ยากจะโค่นล้ม

อย่าพูดว่าเป็นไปไม่ได้ในวงการฟุตบอล แม้ คล็อปป์ เพิ่งปฏิเสธว่างานของเขามันยุ่งยากวุ่นวายเหลือเกิน แถมยังมีสัญญากับ ลิเวอร์พูล เหลืออยู่ แต่ เลิฟ จะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อหมดฤดูร้อน ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้น ลิเวอร์พูล ชุดนี้จะอยู่จุดไหน หรือจะมีการทบทวนอะไรใหม่

เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จึงไม่ควรตัดเขาออกไป ด้วยแท็คติกและการทำทีมที่ดุดัน มีความสำเร็จเป็นเอกกว่ากุนซือในรายชื่อทั้งหมด และบุคลิกเฉพาะตัว เป็นที่รักของแฟนๆ นี่คือก้าวต่อไปที่น่าสนใจ

 

ม้ามืด ที่อาจได้ขึ้นมาเป็น ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน

คริสเตียน สไตรค์

คริสเตียน สไตรค์

เลิฟ ทำงานกับทีมชาติมายาวนาน 15 ปี หากสหพันธ์ต้องการใครสักคนแบบระยะยาว สไตรค์ และระยะเวลา 9 ปีที่ ไฟร์บวร์ก ในยุคที่กุนซือมาเร็วไปเร็วเปลี่ยนแปลงเร็วก็เป็นตัวเลือกที่ชวนให้ประหลาดใจ เพราะการที่กุนซือจะอยู่กับทีมได้นาน

ไม่ใช่แค่เรื่องประสบการณ์ แต่เขาได้รับการยกย่องเสมอว่าเป็นปรัชญาฟุตบอลเคลื่อนที่ มีแนวทางที่ชัดเจน และเน้นปั้นไม่เน้นซื้อ ก่อนจะมาทำงานทีมชุดใหญ่ เขาพาเยอวชน ไฟร์บวร์ก ขึ้น Road to TOP 4 และสามารถเป็นแชมป์ 3 สมัยซ้อน

ด้วยการทำทีมแบบงบน้อย สไตรค์ จึงมักยอมรับสภาพกับสถิติที่ไม่เคยเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค แต่ก็พอใจกับทีมทุนต่ำเหมือนว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วเขามีทัศนคติเปิดกว้าง และไม่ปิดบังความคิดเกี่ยวกับการเมือง

เขาบอกว่าต้องเปิดเผยมันออกมาเพื่อขจัดความกลัวและเพื่อจะได้รู้ว่าคนอื่นคิดเช่นไร ข้อด้อยอย่างเดียวก็คือนอกจากอยู่ ไฟร์บวร์ก มายาวนาน เขายังไม่เคยทำทีมใหญ่ แต่นั่นอาจไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญเสมอไปสำหรับกุนซือทีมชาติ

ยูโร 2020 จะเป็นการทำงานส่งท้ายของ เลิฟ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า เขาพาทีมอยู่ใจุดสูงสุดมาแล้ว และอาจถึงเวลาที่ต้องส่งไม้ต่อให้กับใครสักคน 15 ปีนั้นยาวนาน แต่ในช่วงเวลานี้ก็มีหลายสิ่งเปลี่ยน ทั้งโกล์ไลน์มาถึงวีเออาร์ และสนามว่างเปล่าไร้คนดู แต่ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ฟุตบอลจะอยู่ต่อไป มีช่วงตกต่ำ เปลี่ยนแปลง แต่ในฐานะยักษ์ใหญ่ของโลก และนิสัยดั้งเดิมที่เอาจริงเอาจัง เยอรมนีก็ไม่ใช่ทีมที่จะทนกับการไม่ประสบความสำเร็จอยู่ได้นาน และตราบเท่าที่นโยบายยังไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาพร้อมจะสร้างความประหลาดใจให้ผู้ชมทุกครั้งที่ลงสนาม