รีวิวเรื่องราวชีวิต แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับความทรงจำในค่ำคืนที่พิเศษ

แฟร้งค์ แลมพาร์ด แม้ว่าจะเติบโตมาจากอะแคเดมี่ ของเวสต์แฮม แต่เขากลายมาเป็น ตำนานเชลซี  และความสำเร็จในฤดูกาล 2011-12 ที่เชลซี สามารถครองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จเป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เขาถือว่า นี่คือความสุดยอดในชีวิตนักเตะที่เขาทำได้เลยทีเดียว

 

ทำไม UCL 2011/12 ถึงเป็นฤดูกาลที่พิเศษ สำหรับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด

 

เหตุผลที่ฤดูกาลดังกล่าว เป็นความพิเศษของ แลมพาร์ด ก็เพราะว่า เป็นปีที่เชลซี เผชิญหน้ากับความกดดันต่างๆ มากมาย เพราะผลงานในพรีเมียร์ลีก จบฤดูกาลได้ในอันดับที่ 6 พร้อมกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ภายใต้การคุมทัพของ อังเดร วิลลาส โบอาส กุนซือพลังหนุ่มชาวโปรตุเกส

ซึ่งตลอดฤดูกาลทีมมีผลง่ายพ่ายแพ้ไปมากถึง 10 นัดในพรีเมียร์ลีก แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้ สามารถปิดฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์แห่งยุโรปได้สำเร็จ นายใหญ่คนปัจจุบันของเชลซี กล่าวว่า การคว้าแชมป์ยุโรปของเชลซี ในฤดูกาลนั้น ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากไม่น้อย

เมื่อต้องเริ่มต้นรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการไปเยือนนาโปลี ก่อนจะพ่ายแพ้ออกมา 3-1 และทำให้ โบอาส ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ไป และกลายเป็น โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ อดีตเพื่อนร่วมทีม นั่งแท่นเป็นกุนซือชั่วคราวแทน ก่อนที่ทั้งหมดจะมารวมพลังกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยการแก้ตัว ปราบ นาโปลี ในช่วงตอเวลาพิเศษได้ 4-1 ทะลุเข้าสู่รอบแปดทีมสุดท้ายด้วยสกอร์รวม 5-4

ฝ่าด่าน บาร์เซโลน่า คู่ปรับสุดโหด

สิงห์บลู ต้องพบกับคู่แข่งอย่าง เบนฟิก้า ในด่านต่อไป ซึ่งก็ยังไม่ใช่งานที่ยากเกินไปสำหรับพวกเขา ยังสามารถทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกด้วยชัยชนะเหนือทีมแกร่งจากโปรตุเกสด้วยสกอร์รวม 3-1 ซึ่งด่านต่อไป คือ บาร์เซโลน่า ที่มี ลิโอเนล เมสซี่ ยืนขวางทางอยู่

เกมนัดแรกในรอบตัดเชือก ดิดีเย่ร์ ดร็อกบา ทำให้ทีมกุมความได้เปรียบในชัยชนะ 1-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนจะไปเยือแนแค้มป์นูในนัดที่สอง และโดนทีเด็ด เจ้าถิ่น ซัดประตูนำไปก่อน 2-0 ก่อนที่ราอูล เมยราเรส มายิงตีไข่แตกให้ทีมในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก และพวกเขาก็สามารถประคองเกมในครึ่งหลังได้ ก่อนที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส จะมาซัดประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ทำให้ทีมสามารถทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ใครอยากอ่านรีวิว หนังฟุตบอล ของว่าที่นักเตะที่เก่งที่สุดโลก อย่าง ซาดิโอ มาเน่ <<< คลิ๊กเลย

ค่ำคืนที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ความสะใจของแลมพาร์ดในเกมนี้ นั่นก็คือความเป็นนักสู้ของเพื่อนร่วมทีม ที่ต่อกรกับ บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากบุนเดสลีกาได้อย่างสนุก และการตกเป็นรองในช่วงก่อนหมดเวลา 7 นาที แทบทำให้พวกเขาต้องถอดใจไปแล้ว แต่ ดร็อกบา มาสวมบทฮีโร่ ยิงตีเสมอในนาทีที่ 88 ทำให้ที่สุดแล้วต้องไปยิงจุดโทษตัดสิน และเชลซี เป็นแชมป์ยุโรปได้เป็นผลสำเร็จ

แลมพาร์ด ยอมรับว่า ความรู้สึกในตอนนั้น ยังเป็นที่ฝังอยู่ในจิตใจของเขา ซึ่งมันถูกปลดปล่อยออกมาแบบไม่ต้องอายใคร เพราะผลงานต่าง ๆ ของทีม ต้องต่อสู้กับความกดดันเป็นอย่างมาก และฟอร์มในฤดูกาลนั้น ก็ไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่สุดยอด และมีผลงานสม่ำเสมอมากมายนัก มันสะใจตรงที่ว่า ทุกคนยังกลับมารวมพลังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ภายใต้กุนซือชั่วคราวอย่าง ดิ มัตเตโอ อีกต่างหาก ซึ่งดูแล้ว ทุกอย่างมันดูกระท่อนกระแท่นมาตลอด จึงทำให้เขามองว่า นี่คือ ความภูมิใจที่สุดในชีวิตนักเตะ ของเขาเลยทีเดียว

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เชลซี ยังไม่เคยกลับไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ระดับแชมป์ยุโรปได้อีกเลย แม้ว่า จะมีทีมชุดที่สมบูรณ์และยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่กลายเป็นเชลซี ที่เจอกับอุปสรรคมากมายตลอดฤดูกาลต่างหาก ที่สามารถทำในสิ่งที่ทีมอยากจะได้ นั่นคือการเป็นแชมป์ยุโรป ซะงั้น แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ แลมพาร์ด ยกให้เป็นปีแห่งความน่าจดจำของพวกเขาได้อย่างไร


ก็จบไปแล้วนะครับ สำหรับการ รีวิว ค่ำคืนสุดพิเศษของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็หวังว่า บทความนี้ จะถูกใจ คนที่ชอบ รีวิวเว็บคาสิโน ออนไลน์ ไม่มากก้น้อยนะครับ