กองหน้าสุดห่วย

ไม่ใช่ที่ของทุกคน! 6 กองหน้าสุดห่วย ในพรีเมียร์ลีก ก่อนออกไปฉายแสง

โชคชะตาและช่วงจังหวะของนักเตะแต่ละรายไม่เหมือนกันจริงๆ และแน่นอนว่ามีมากมายหลายคนที่มาดับในเวที พรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะหัวหอกที่ทู่ยิ่งกว่าสากกระเบือ จนหลายคนเรียกว่า กองหน้าสุดห่วย

มาในสกู๊ปนี้จึงขอนำเสนอบรรดาศูนย์หน้าที่ยิงแทงชาวบ้านเขาไม่เข้าใน พรีเมียร์ลีก แต่พอย้ายทีมไปเท่านั้นแหละซัดกระจายเลยทีเดียว

 

6 กองหน้าสุดห่วย ในพรีเมียร์ลีก แต่ไปได้ดีในลีกอื่น

พรีเมียร์ลีก ถือเป็นลีกที่เปรียบเสมือนดาบสองคมที่ท้าทายผู้มาเยือนได้เสมอ เพราะหากคุณเก่งจริง เล่นได้ คุณก็จะมีชื่อเสียง โด่งดัง มีคนรู้จักไปทั่วทุกมุมโลก เพราะเป็นลีกที่มีคนดูคนติดตามมากที่สุด กลับกันหากย้ายมาแล้วเล่นห่วย ไม่เกิด ยิงไม่ได้ คุณก็จะถูกแฟนบอลตีตราว่าเป็นกองหน้าเกรดต่ำ และนี่ก็คือ กองหน้าสุดห่วย บนเกาะอังกฤษ แต่โคตรเทพในลีกอื่นๆ

มองหาเว็บแทงบอล ต้อง >>> Nova88

 

อันเดรจ์ ครามาริช (Andrej Kramarić)

สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้  2014-15

ยิงได้ : 2 ประตู

หากให้พูดกันตามตรง ครามาริช อาจจะมาอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ผิดที่ผิดเวลาไม่ซักหน่อยเพราะตอนเขาค้าแข้งกับ “จิ้งจอกสยาม” นั้นสภาพทีมเป็นเพียงแค่ทีมหนีตายเท่านั้น

ครามาริช ถูกทาง เลสเตอร์ ซื้อตัวมาจาก ริเยก้า สโมสรในโครเอเชียช่วงเดือนมกราคมโดยฟอร์มของเขาก่อนจะย้ายมานั้น ครามาริช ซัดไป 21 ประตูจากการลงสนาม 18 นัดในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก

อย่างไรก็ตามพอมาเล่นกับ เลสเตอร์ ครึ่งฤดูกาลหลังเขาลงสนามไป 13 นัดยิงได้ 2 ประตูความมั่นใจหดหายทำให้พอ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เข้ามาสู่ทีมในฤดูกาล 2015-16 นั้นเขาโดนโละออกไป

เส้นทางแยกของ ครามาริช กับ เลสเตอร์ อาจจะดูน่าเสียดายเพราะเขาย้ายออกไปในตอนที่ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกพอดีแต่นั่นก็ทำให้เขาได้เหมือนกับเกิดใหม่ที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ โดยเขายิงประตูได้ 10 ประตูบวกทุกฤดูกาลและมีชื่อเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติโครเอเชียชุดรองแชมป์โลก 2018 ด้วย

 

คริสเตียน สตูอานี่ (Cristhian Stuani)

สโมสร : มิดเดิ้ลสโบรห์ 2015-17

ยิงได้ : 11 ประตู

ว่ากันตามตรงเส้นทางของ สตูอานี่ ก็แปลกดีอยู่เหมือนกันเพราะว่าเขาเลือกที่จะย้ายจาก ลาลีกา ไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ กับ มิดเดิ้ลสโบรห์ ในฤดูกาล 2015-16 ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคอนเน็คชั่นของ ไอตอร์ การันก้า นายใหญ่ “เดอะ โบโร่” ในตอนนั้น

การย้ายไปทีแรกดูเหมือนว่าจะเปรี้ยงพอสมควรเพราะ สตูอานี่ เองก็ค่อนข้างมีชื่อชั้นกับ เอสปันญ่อล ทว่าไปๆมาๆในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เขาก็ยังยิงได้ไม่ถึง 10 ประตูเลยด้วยซ้ำ

สตูอานี่ มีส่วนร่วมทำให้ “เดอะ โบโร่” เลื่อนชั้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกรอบแต่ถึงอย่างนั้นการเล่นบนเวทีลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษมันก็ทำให้เขาดับวูบในทันทีเพราะเขาลงสนามไป 23 นัดยิงได้เพียงแค่ 4 ประตู

สุดท้าย สตูอานี่ ก็ตายรังกลับไปค้าแข้งใน ลาลีกา กับ กีโรน่า พร้อมกับระเบิดฟอร์มได้อย่างน่าเหลือเชื่อโดยฤดูกาล 2017-18 สตูอานี่ ยิงได้ 21 ประตูจากการลงสนาม 33 นัดและ 2018-19 ยิงได้ 19 ประตูจากการลงสนาม 32 นัดด้วยกัน

 

เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ (Claudio Pizarro)

สโมสร : เชลซี 2007-08

ยิงได้ : 2 ประตู

ดาวยิงทีมชาติเปรูโด่งดังอย่างมากใน บุนเดสลีกา กับ แวร์เดอร์ เบรเมน ก่อนจะย้ายมาประสบความสำเร็จกับ บาเยิร์น มิวนิค จนทำให้ เชลซี ตัดสินใจดึงตัวเขามาร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม ปิซาร์โร่ ก็ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษโดยสิ้นเชิง ในช่วงแรกเขายังได้รับโอกาสจาก โชเซ่ มูรินโญ่ อยู่กระทั่งสุดท้าย มูรินโญ่ ออกไปมันก็เหมือนกับว่าความมั่นใจของ ปิซาร์โร่ ยิ่งหดหาย

กลายเป็นว่าสัญญา 4 ปีที่ ปิซาร์โร่ เซ็นไปนั้นเขาอยู่กับ เชลซี เพียงแค่ปีเดียวพร้อมกับทิ้งสถิติน่ารักๆ 2 ประตูกับสโมสรเอาไว้ซึ่งหลังจากนั้นเขากลับไปอยู่กับ เบรเมน และแน่นอนว่ายิงได้สม่ำเสมออีกครั้ง

 

ยาโก้ อัสปาส (Iago Aspas)

สโมสร : ลิเวอร์พูล 2013-14

ยิงได้ : 0 ประตู

อาจจะเป็นดีลที่ดูน่าผิดหวังที่สุดดีลหนึ่งของ ลิเวอร์พูล  ในยุคสมัยของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งดูสถิติแล้วก็น่าผิดหวังจริงๆเพราะ อัสปาส ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยแม้แต่น้อย

ด้วยฟอร์มการเล่นแบบจับต้องไม่ได้ของดาวยิงชาวสแปนิชทำให้เขาโดนปล่อยไปให้กับ เซบีย่า ในรูปแบบของการยืมตัวและก็ดูเหมือนจะยังเข็นไม่ขึ้นแม้จะคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ได้ในทันทีก็ตามทว่าการขายขาดไปให้กับ เซลต้า บีโก้ นั้นมันเหมือนกับฟื้นคืนชีพให้ อัสปาส อีกครั้ง

อัสปาส อยู่กับ เซลต้า มาตั้งแต่ปี 2015 และจนถึงปัจจุบันเขาก็ยิงเกิน 14 ประตูใน ลาลีกา มาตลอด *(ไม่รวมฤดูกาลปัจจุบัน) และด้วยฟอร์มยิ่งสนั่นลั่น ลาลีกา แบบนั้นทำให้เขาถึงขั้นติดทีมชาติสเปนไปลุยฟุตบอลโลกเมื่อปี 2018 ซะด้วย

ยอน ดาห์ล โทมัสสัน (Jon Dahl Tomasson)

สโมสร : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1997-98

ยิงได้ : 3 ประตู

ก่อนจะสร้างชื่อให้กับตัวเอง โทมัสสัน เคยดับวูบมาก่อนด้วยการคิดผิดย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ซึ่งในตอนนั้นเขาถูกซื้อตัวเข้ามาเนื่องจาก อลัน เชียร์เรอร์ เจ็บยาวและ เลส เฟอร์ดินานด์ ก็อำลาทีมไป

อย่างไรก็ตามตลอด 1 ฤดูกาลของ โทมัสสัน กลายเป็นฤดูกาลที่ควรค่ากับการถูกลืมเป็นอย่างมากเพราะว่าเขาลงสนามไปถึง 23 นัดใน พรีเมียร์ลีก แต่ยิงได้เพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น

ทำให้ โทมัสสัน เลือกจะย้ายกลับไปชุบตัวที่ เอเรดิวิซี่ ลีก เนเธอร์แลนด์ และฟอร์มของเขาก็กลับมายิง 10++ ต่อฤดูกาลอีกครั้งจนกระทั่งได้รับโอกาสย้ายไปสร้างประวัติศาสตร์กับ เอซี มิลาน ในปี 2002

 

ดีเอโก้ ฟอร์ลัน (Diego Forlan)

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  2002-04

ยิงได้ : 10 ประตู

นี่คือศูนย์หน้าตำนานดาวดับแห่ง พรีเมียร์ลีก แต่ไปเจิดจรัสที่อื่นได้ชนิดที่พลิกฝ่าหน้ามือเป็นหลังเท้าเพราะสถิติของเขากับ “ปีศาจแดง” มันบู่เหลือเกินจะรับไหว

ฤดูกาล 2001-02 ฟอร์ลัน ถูกดึงเข้ามาตอนกลางฤดูกาลและเขายิงไม่ได้เลยหลังจากนั้น 2002-03 แข้งชาวอุรุกวัยยิงไป 6 และ 2003-04 ยิงได้แค่ 4 เท่านั้นใน พรีเมียร์ลีก

สุดท้ายคงไม่ไหวแล้วจริงๆ ฟอร์ลัน จึงโดนขายไปให้กับ บียาร์เรอัล ทว่าเจ้าตัวก็ระเบิดฟอร์มยิงจนตีนแตกซัดไป 25 ประตูใน ลาลีกา คว้ารองเท้าทองคำไปประดับบ้านแบบเก๋ๆ

ซึ่งรางวัลรองเท้าทองคำนั้น ฟอร์ลัน ไม่ใช่ได้แค่ปีเดียวซะด้วยโดย 2008-09 เขายังซัดกระจายให้กับ แอตเลติโก้ มาดริด 32 ประตูจากการเล่น 33 นัดใน ลาลีกา คว้ารองเท้าทองคำมาประดับบ้านได้อีก 1 สมัยด้วย


ก็จบไปแล้วสำหรับ ข่าวบอล เรื่อง 6 กองหน้าสุดห่วย ในพรีเมียร์ลีก แต่ไปได้ดิบได้ดีในลีกอื่น มีนักเตะคนไหนที่คุณค้นชื่อบ้างหรือเปล่าเอย

สุดท้ายถ้ารักกันชอบกัน ก็สามารถกดบุ๊คมาร์กกันเอาไว้ได้ หรือไม่กดแต่เข้ามาอ่าน บ่อยๆ ก็ไ่ว่ากัน รับรองว่า มีเรื่องราวดีๆ ให้อ่านกันอีกเพียบทั้ง รีวิวเกมคาสิโน รีวิวเว็บพนัน ทั่วโลก